หน้าแรก / บล็อก / การตัดด้วยออกซิเจนพลาสมา: เมื่อไหร่จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

การตัดด้วยออกซิเจนพลาสมา: เมื่อไหร่จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

การใช้ก๊าซออกซิเจนเป็นก๊าซพลาสมาไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกงาน -- แต่เหมาะเป็นพิเศษกับเหล็กกล้าคาร์บอน ซึ่งช่วยปรับปรุงคุณภาพรอยตัดได้จริง ไม่ใช่แค่เป็นทางเลือกที่ถูกกว่าก๊าซชนิดอื่น

การตัดด้วยออกซิเจนพลาสมา: เมื่อไหร่จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

การตัดพลาสม่าอาศัยก๊าซที่ถูกทำให้แตกตัวเป็นไอออนเพื่อนำพาอาร์คไฟฟ้าที่หลอมและเป่าวัสดุออกไป ออกซิเจนเป็นหนึ่งในก๊าซหลายตัวที่เลือกใช้ได้ และมีจุดเด่นเฉพาะตัว คือให้ผลดีที่สุดกับเหล็กกล้าคาร์บอน เพราะออกซิเจนเข้าไปมีส่วนในปฏิกิริยาคายความร้อนกับเหล็กหลอมเหลวโดยตรง เพิ่มความร้อนให้รอยตัดและช่วยให้ได้ขอบตัดที่สะอาดกว่าการใช้ก๊าซเฉื่อยกับวัสดุเดียวกัน

ทำไมออกซิเจนจึงไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกงาน

คุณสมบัติไวต่อปฏิกิริยานี้เองที่กลายเป็นข้อเสียเมื่อใช้กับสแตนเลสและอะลูมิเนียม เพราะทำให้เกิดการออกซิไดซ์และ discoloration ที่ขอบตัด แทนที่จะช่วยให้ตัดได้ดีขึ้น สำหรับวัสดุเหล่านี้ ระบบพลาสม่ามักเปลี่ยนไปใช้ไนโตรเจน ส่วนผสมอาร์กอน-ไฮโดรเจน หรืออากาศอัด ขึ้นอยู่กับความหนาและผิวสำเร็จที่ต้องการ การเลือกก๊าซผิดชนิดไม่เพียงกระทบรูปลักษณ์ของขอบตัด แต่ยังอาจทิ้งชั้นออกไซด์ที่แข็งและเปราะกว่าเดิม ซึ่งก่อปัญหาในการเชื่อมขั้นถัดไป

สรุปใช้งานจริง

หากโรงงานตัดเหล็กกล้าคาร์บอนเป็นหลักทั้งแผ่นและโครงสร้าง ระบบพลาสม่าที่ใช้ก๊าซออกซิเจนได้มักเป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่เหมาะสม -- โต๊ะตัด P1325 และ P1530 ของเราทั้งสองรุ่นตั้งค่ามารองรับการใช้งานนี้อยู่แล้ว โรงงานที่ตัดวัสดุหลายชนิดสลับกันไป -- วันนี้เหล็กกล้าคาร์บอน พรุ่งนี้สแตนเลสหรืออะลูมิเนียม -- ต้องใช้ระบบที่สลับชนิดก๊าซได้ ไม่ใช่ระบบที่ล็อกอยู่กับชุดวัสดุสิ้นเปลืองแบบเดียว ซึ่งเป็นคำถามเรื่องสเปกที่ควรถามก่อนซื้อ ไม่ใช่หลังซื้อ